Log in เข้าสู่ระบบ
  • Resources
     เอเจนซีส์ - เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 ตามมาตราแมกนิจูดบริเวณเขตเทือกเขาชายแดนอิรัก-อิหร่านเมื่อค่ำวานนี้ (12 พ.ย.) ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่งอย่างน้อย 135 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และยังเกิดดินถล่มหลายจุดทำให้การกู้ภัยค่อนข้างยากลำบาก คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์เผยให้เห็นชาวบ้านวิ่งหนีตายออกจากอาคารที่เมืองสุลัยมานิยาห์ (Sulaimaniyah) ทางตอนเหนือของอิรัก แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างแตกกระจาย ส่วนที่เมืองดาร์บันดิข่าน (Darbandikhan) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันมีกำแพงและสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่พังถล่มลงมา มอจตาบา นิกเกอร์ดาร์ รองผู้ว่าการจังหวัดเคอร์มานชาห์ของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว IRNA ว่า “ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในภาคตะวันตกอยู่ที่ 129 ราย”และมีแนวโน้มว่าตัวเลขจะขยับสูงขึ้นไปอีก “เวลานี้ยังมีคนติดอยู่ใต้ซากอาคาร เราหวังว่าตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจะไม่เพิ่ม แต่มันก็คงจะเพิ่มขึ้นแน่ๆ”  ก่อนหน้านั้น มอจตาบา ให้สัมภาษณ์ว่าทางการกำลังเร่งเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 แห่งเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 21.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองฮาลับยา (Halabja) ในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานแห่งอิรักไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร  พีร์ ฮอสเซน คูลิวานด์ หัวหน้าหน่วยบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งอิหร่าน ระบุว่า “หน่วยกู้ภัยยากที่จะเข้าถึงหมู่บ้านเหล่านั้นได้ เนื่องจากถนนถูกตัดขาด และมีดินถล่มหลายจุด”
    สำนักข่าว IRNA รายงานว่า เมืองในอิหร่านที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดได้แก่ กอสร์-อี ชิริน (Qasr-e Shirin) ในจังหวัดเคอร์มานชาห์ และอัซกาเลห์ (Azgaleh) ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตร สภากาชาดได้ส่งเจ้าหน้าที่ 30 ทีมเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวแล้ว ซึ่งบางจุดมีปัญหาไฟฟ้าดับด้วย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิรักระบุว่า ที่จังหวัดสุลัยมานิยาห์พบผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 ราย บาดเจ็บอีก 150 คน และมีรายงานสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายบางส่วน  นัสเซห์ มุลลา นายกเทศมนตรีเมืองดาร์บันดิข่านซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสุลัยมานิยาห์ ยืนยันกับเอเอฟพีว่า มีชาวบ้านเสียชีวิต 4 รายในเมืองของเขา ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเมืองกาลาร์ (Kalar) ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ 70 กิโลเมตรระบุว่า มีเด็ก 1 คนและผู้สูงอายุอีก 1 คนเสียชีวิต ไม่รวมผู้บาดเจ็บอีกราวๆ 105 คน แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดลึกลงไปใต้พื้นดินเพียง 25 กิโลเมตร ชาวกรุงแบกแดดสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นเทือนได้ประมาณ 20 วินาที และยาวนานกว่านั้นในจังหวัดอื่นๆ ของอิรัก
    หลายเมืองทางภาคตะวันตกของอิหร่าน เช่น ตาบริซ (Tabriz) ก็สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นไหวได้เช่นกัน ขณะที่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในตุรกียืนยันว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงใต้ “ตั้งแต่มาลัตยา (Malatya) เรื่อยไปจนถึงฟาน (Van)” รับรู้ว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ส่วนที่เมืองดิยาร์บาคีร์ (Diyarbakir) ก็มีชาวบ้านที่แตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคาร แนวรอยเลื่อนยาว 1,500 กิโลเมตรระหว่างแผ่นเปลือกโลกอาระเบียและยูเรเชียที่พาดผ่านภาคตะวันตกของอิหร่านและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิรักส่งผลให้ภูมิภาคแถบนี้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง เช่น แผ่นดินไหวที่เมืองบัม (Bam) ของอิหร่านเมื่อปี 2003 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31,000 คน

ที่มา : www.manager.co.th
© Copyright 2009-2014. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). All rights reserved.