เว็บไซต์ The Straits Times และ CNA รายงานวันที่ 28 ก.ค. ว่า ศาลมาเลเซียตัดสินโทษให้จำคุกนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นเวลา 12 ปี และสั่งปรับ 210 ล้านริงกิต หรือราว 1,550 ล้านบาท จากความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกองทุน 1MDB สำหรับคดีที่นำมาพิจารณาในวันนี้ เป็นกรณีที่พบเงิน 42 ล้านริงกิต หรือราว 311 ล้านบาท จาก SRC International ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกองทุน 1MDB ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบ ในช่วงปี 2557-2558 ซึ่งนายนาจิบถูกฟ้องร้องจากกรณีนี้รวม 7 ข้อหา ได้แก่ข้อหาละเมิดความไว้วางใจ 3 ข้อหา ลุแก่อำนาจ 1 ข้อหา และฟอกเงินอีก 3 ข้อหาโดยศาลมาเลเซียตัดสินโทษในข้อหาละเมิดความไว้วางใจข้อหาละ 10 ปี เช่นเดียวข้อหาฟอกเงิน ที่ถูกตัดสินจำคุกข้อหาละ 10 ปี ส่วนข้อหาลุแก่อำนาจ ศาลตัดสินจำคุก 12 ปีและปรับ 1,550 ล้านบาท แต่ให้รับโทษไปพร้อมกัน ทำให้นายนาจิบเหลือโทษจำคุก 12 ปี และปรับราว 1,550 ล้านบาท ซึ่งโทษปรับจะเปลี่ยนเป็นโทษจำคุก 5 ปีแทน หากนายนาจิบไม่มีเงินพอจ่ายค่าปรับ โดยนายนาจิบได้ยื่นขอประกันตัวเป็นเงิน 1 ล้านริงกิต หรือกว่า 7 ล้านบาท พร้อมแจ้งความจำนงจะยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีต่อไป ซึ่งระหว่างนี้เขาต้องไปรายงานตัวต่อตำรวจเดือนละ 2 ครั้ง
    นายนาจิบ กลายเป็นผู้นำมาเลเซียคนแรกที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีทุจริต ซึ่งคดีที่ศาลตัดสินครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อกล่าวหาว่า เขาพัวพันกับการทุจริตกองทุน 1MDB ที่มีข้อมูลว่า กองทุนดังกล่าวถูกยักยอกเงินไปถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 140,000 ล้านบาท โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีการฟอกเงินบางส่วนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เรือยอชต์หรู รวมไปถึงนำเงินไปซื้อเพชรให้ นางรอสมาห์ มานซอร์ ภริยาของนายนาจิบด้วย

ที่มา :  www.thairath.co.th
© Copyright 2009-2014. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). All rights reserved.