• Resources
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายซัลเมย์ คาลิลซาด ทูตพิเศษสหรัฐฯ และนายมุลเลาะห์ อับดุล กานี บาราดาร์ หัวหน้าฝ่ายการเมืองของกลุ่มก่อการร้ายตาลีบัน ร่วมลงนามในข้อตกลงเพื่อนำสันติภาพมาสู่อัฟกานิสถาน แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ก.พ. 2563 ที่กรุงโดฮา ของกาตาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติเหตุความรุนแรงในอัฟกานิสถานที่ดำเนินมานานกว่า 18 ปี
    ข้อตกลงดังกล่าววางแผนงานต่างๆ ไว้มากมายตั้งแต่เรื่องระดับกองทัพของสหรัฐฯ และตาลีบัน, การต่อต้านการก่อการร้าย และการเจรจาภายในอัฟกานิสถานเพื่อให้เกิดการหยุดยิงอย่างครอบคลุมและถาวร ซึ่งกลุ่มตาลีบันระบุว่า พวกเขาจะเริ่มการเจรจากับฝ่ายอัฟกานิสถานในวันที่ 10 มี.ค. นอกจากนี้ ข้อตกลงยังวางกรอบเวลานาน 14 เดือน ที่สหรัฐฯ กับพันธมิตรของพวกเขาจะถอนทหารทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทูต, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสัญญาจ้าง, ผู้ฝึกสอน, ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนทุกคน ซึ่งการถอนทหารเบื้องต้นจะเกิดขึ้นในช่วง 135 วันแรก โดยจะลดขนาดกองทัพลงเหลือ 8,500 นาย
    ขณะที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพยานในการลงนามครั้งนี้กล่าวว่า สหรัฐฯ จะจับตาดูการทำตามคำมั่นสัญญาของกลุ่มตาลีบันอย่างใกล้ชิด และจะกำหนดอัตราการถอนทหารของพวกเขาตามการปฏิบัติของตาลีบัน เพื่อรับประกันว่า
อัฟกานิสถานจะไม่กลายเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติอีก ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาอาจได้พบปะกับผู้นำกลุ่มตาลีบันเป็นการส่วนตัวในอนาคตที่ไม่ไกลเกินไปนัก และหวังว่ากลุ่มตาลีบันจะปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้ ทั้งนี้ ข้อตกลงเพื่อนำสันติภาพมาสู่อัฟกานิสถาน มีทั้งหมด 4 หน้า โดยกลุ่มตาลีบันให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มหรือบุคคลใดรวมทั้งกลุ่มก่อการร้ายอัลเคดา ใช้แผ่นดินอัฟกานิสถานในการคุกคามความมั่นคงของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร รวมถึงสั่งการไม่ให้สมาชิกตาลีบันร่วมมือกับกลุ่มดังกล่าวเพื่อคุกคามสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตร และจะป้องกันไม่ให้ใครหรือกลุ่มใดๆ รวมทั้งพวกเขาเอง เกณฑ์คน, ฝึกฝน และระดมทุนในอัฟกานิสถาน ข้อตกลงยังเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองตาลีบัน จำนวน 5,000 คน และนักโทษฝ่ายตรงข้ามอีก 1,000 คน ในวันแรกของการเจรจาภายในอัฟกานิสถานด้วย

ที่มา : www.thairath.co.th
© Copyright 2009-2014. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). All rights reserved.