• Resources
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 น. รองเลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวสุรุ่งลักษณ์ เมฆะอำนวยชัย) เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (กกภ.) ครั้งที่ 1/2563 ณ ห้องประชุม 301 ทำเนียบรัฐบาล

ในการประชุมดังกล่าว มีรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธาน และ รองนายกรัฐมนตรี (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) เป็นรองประธาน และมีผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมประชุม โดยสรุปรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
1. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ นโยบาย มาตรการและแนวทางในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ. 2564 ดังนี้

1.1.1 ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในเขตตรวจราชการที่เกี่ยวข้อง
1.1.2 ติดตามแผนงาน/โครงการตามมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
1.1.3 ปัญหาสำคัญในแต่ละพื้นที่ตามที่รองนายกรัฐมนตรีเห็นสมควร
1.1.4 ปัญหาสำคัญของจังหวัด ในกรณีที่จังหวัดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เองในระดับจังหวัด ต้องใช้กระบวนการทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเห็นควรให้รองนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จ
โดยให้รายงานผลการดำเนินงานในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคในการประชุม กกภ. ทุก 3 เดือน/ 6 เดือน หรือตามความเหมาะสมและกราบเรียนนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี

2. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แต่งตั้งคณะทำงานสำหรับรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน เพื่อพิจารณากลั่นกรองความเหมาะและความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินของแผนงานหรือโครงการต่าง ๆ
โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

3. ประธานในที่ประชุมได้ เน้นย้ำให้ส่วนราชการคำนึงความสำคัญของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับส่วนภูมิภาค รวมทั้งคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ดังนี้

3.1 ขอให้เร่งรัดและติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินการโครงการตามนโยบายของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยเร็ว
3.2 โครงการที่จะเกิดขึ้นจะต้องสามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับประชาชนในแต่ละจังหวัด ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับประชาชนที่เดือนร้อนเป็นงานสำคัญอันดับแรก
3.3 ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ในฐานะฝ่ายเลขานุการติดตามผลการดำเนินการและให้รายงานผลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งรัดพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศและเพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าตามข้อสั่งการได้ และการพัฒนารูปแบบผลการรายงาน ผลการดำเนินการ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุม รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.4 ให้ทุกหน่วยงานรักษาวินัยการเงินการคลัง ตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับเป็นผลสำคัญ เพื่อจะได้ทำให้การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐบาลและเกิดเป็นรูปธรรรมต่อไป

แหล่งที่มา  https://www.opdc.go.th/content/NjUyNw
© Copyright 2009-2014. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). All rights reserved.