Log in เข้าสู่ระบบ
  • Resources
       วันที่ 8 ก.พ. 61 เวลา 13.30 น. นายอะศิม อิฟติคัร อะห์มัด (H.E. Mr. Asim Iftikhar Ahmad) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องนารี 2 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
      รองนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐบาลปากีสถานได้มอบหมายให้นายอะเวส อะห์มัด คาน เสการี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานปากีสถาน เป็นผู้แทนพิเศษร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีและความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไทยและปากีสถานเป็นประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาในด้านต่างๆ ระหว่างกันทั้งด้านการศึกษา การเกษตรกรรม การสาธารณสุข เทคโนโลยี นวัตกรรม และวัฒนธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ไทยและปากีสถานยังมีความสัมพันธ์ด้านการทหารและความมั่นคง ทั้งในระดับทวิภาคีและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ สหประชาชาติและการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ARF)
       รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจว่า ทั้งไทยและปากีสถานมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเร่งรัดการเจรจา เพื่อบรรลุการเจรจาความตกลงการค้าเสรี(FTA) ไทย-ปากีสถาน โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า จะสามารถบรรลุมูลค่าการค้า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ รองนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเชิญชวนให้ชาวปากีสถานเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย นอกจากประเทศไทยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ไทยยังมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ของภูมิภาค ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย ก็พร้อมจะร่วมมือกับหน่วยงานของไทยเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมรดกทางอารยธรรมพุทธศาสนา และประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ที่เป็นมรดกด้านพุทธศาสนาในปากีสถานด้วย
      ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อยุติความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้สันติวิธีของไทย เพื่อให้เกิดความสงบสุขภายในพื้นที่ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณปากีสถานที่ให้การสนับสนุนไทยในเวทีองค์การความร่วมมืออิสลาม(OIC) มาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริม ความสมัครสมานระหว่างผู้นับถือศาสนาต่างๆ ซึ่งทุกศาสนามีสิทธิเสมอภาคภายใต้กฎหมายและหลักการปฏิบัติของสังคมอย่างเท่าเทียม

ที่มา : www.thaigov.go.th
© Copyright 2009-2014. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). All rights reserved.